วันอาทิตย์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2556

ศาสตราภิชาน ดร.สมคิด (ผมอยากให้เกิดสักที)


ศาสตราภิชาน ดร.สมคิด เริ่มต้นกล่าวว่า สถานการณ์ประเทศในขณะนี้ ไม่ได้มีแค่ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า คิดว่าปัญหาในปัจจุบันอยู่ในวิสัยที่สามารถบริหารจัดการได้ หากกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย มีความร่วมแรงร่วมใจ ความสามัคคีกัน เชื่อว่าทุกปัญหาไม่น่าจะเหลือบ่ากว่าแรง
ผมได้กล่าวกับโปรเฟสเซอร์ชาวต่างชาติ ซึ่งเป็นอาจารย์ของผมว่าขณะนี้ ประเทศไทยอยู่ในแผนพัฒนาฉบับที่ 11 หากใช้มาตรวัดสากล นับว่าไทยก้าวมาไกลา มีจีดีพีกว่า 10 ล้านล้านบาท และมีรายได้ต่อหัวเฉลี่ย 5 พันเหรียญ ต่อหัวต่อคนต่อปี มีเงินเฟ้อไม่เกิน 4 % คาดว่าปีหน้าอัตราการเจริญเติบโตจะเป็น 56% และคาดว่าไทยจะสามารถเป็นฮับของอาเซียนได้
แต่ภาพนั้นเป็นคนละภาพกับที่ผมรู้สึกอยู่ในใจ...
ประเทศไทยที่ผมสัมผัสมาตลอด ทั้งที่อยู่ในระบบและติดตามอยู่ข้างนอก ผมว่าประเทศไทย เหมือนภาพวาดสีน้ำมันของโมเนต์ ที่มองไกลๆ จะดูดี แต่ถ้าดูใกล้ๆ จะมีความพร่ามัว เลอะเทอะ เปรอะเปื้อน แต่ประเทศไทยไม่ใช่ภาพ...
"ความเลอะเทอะ พร่ามัวในบางจุด นานๆ เข้าจะสะสม ถ้าไม่แก้ไข ก็จะบ่มเพาะเป็นเชื้อโรค เชื้อร้ายที่วันข้างจะนำประเทศไปสู่ความเสื่อมถอยในที่สุด แม้เศรษฐกิจไทยจะยืนยัดได้ด้วยจีดีพี ที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึง 5-6% แต่ลึกๆ แล้วอนาคตข้างหน้า ไม่ง่ายที่จะรักษาให้เศรษฐกิจยั่งยืนได้ตลอด"
ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศกว่า 30-40 ล้านคนอยู่ในภาคเกษตร ที่ยังไม่มีการปฏิรูป ปรับปรุงเทคโนโลยีและจัดการอุปสงค์ อุปทาน จึงสร้างผลผลิตได้เพียงร้อยละ 10 เท่านั้น เกษตรกรจึงเคลื่อนย้ายมาภาคอุตสาหกรรม ที่ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา สินค้าได้กำไรต่ำ อาศัยแรงงานค่าจ้างราคาถูก เมื่อไม่สามารถจ่ายค่าจ้างแพงได้ จึงเกิดนโยบายค่าแรง 300 บาท ซึ่งก็ดี แต่ต้องทำควบคู่ไปกับการเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ไม่อย่างนั้นเอกชนก็จะหาวิธีลดคนงาน หรือลดค่าใช้จ่าย
ท้ายที่สุดผลร้ายก็จะตกอยู่กับแรงงานตามเคย...
ประเทศไทยถูกจัดลำดับให้เป็นประเทศที่มี "ความไม่เท่าเทียม" กันมากที่สุดในโลก คน 20% ระดับบนควบคุมอำนาจแทบทั้งหมด ส่วนคนระดับล่างมีอำนาจเพียง 20% เท่านั้น นั่นหมายถึง ความมั่งคั่งกระจุกอยู่ในฐานแคบๆ ไม่ทั่วถึง จึงมีการพัฒนาให้เกิดความเท่าเทียม ทั้งจัดการศึกษา สาธารณะสุข และสวัสดิการ อย่างไรก็ตามอัตรางบประมาณในแต่ละปีมีไม่เพียงพอ อีกทั้ง มีรายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี ยิ่งในอนาคตผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ จึงมีความจำเป็นต้องเริ่ม "ปฏิรูปการคลัง" ตั้งแต่วันนี้
เรื่องการคลังไม่ใช่แค่อัตราดอกเบี้ย ปัญหาอยู่ที่ระบบซ้ำซ้อน ตัวใครตัวมัน เมื่อใช้งบประมาณมากขึ้น งบที่ลงไปกับการศึกษา สาธารณสุขและสวัสดิการก็น้อยลง ความเท่าเทียมไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน เมื่อไม่มีการจัดการศึกษา สาธารณสุขและสวัสดิการ ทรัพยากรบุคคลก็ต่ำเตี้ย อัตราการซื้อจะลดลง กระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจแน่นอน
เมื่ออัตราการซื้อน้อยลง เสี่ยงมากที่จะเกิด "นโยบายประชานิยม" เช่นในลาตินอเมริกา ด้วยความรู้สึกว่าไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ทำให้สังคมเริ่มปฏิเสธระบบ เริ่มไปอยู่ตามท้องถนน และพึ่งพานอกระบบมากขึ้น
"เราไม่ลงแรงกับการสร้างอนาคต ไม่เน้นสิทธิที่ประชาชนควรจะได้ แต่เราเลือกเดินเส้นทางตามประเทศที่เคยล้มเหลวมาแล้ว เป็นเส้นทางแห่งผลประโยชน์ ต้องการประโยชน์เฉพาะหน้า เพราะสิ่งที่ดีทำยาก"
ทางที่จะช่วยกระจายรายได้ คือ พัฒนาชนบท กระจายความเจริญสู่ภูมิภาค ให้เกิดเมืองใหญ่ในแต่ละภูมิภาค แต่ที่ผ่านมายังไม่เกิด เนื่องจากเป็นการต่อสู้เรื่องอำนาจ ไม่มีใครยินยอมปล่อยอำนาจออกจากส่วนกลาง ทุกอย่างจึงกระจุกตัวอยู่ที่กรุงเทพ
เมื่อมองอนาคตข้างหน้า AEC กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ตลาดใหญ่ขึ้น หัวใจสำคัญอยู่ที่ทุกอย่างจะเข้ามาในประเทศ เพราะไม่มีกำแพงภาษี มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน ประเทศไทยมีสาธารณูปโภคสำหรับนวัตกรรมในอนาคตหรือไม่ เพื่อสานต่อ supply chain เมื่อลองเทียบกับมาเลเซีย ที่อิงกับ Economic Forum 12 เสา ไทยชนะแค่ 2 เสา คือ โครงสร้างพื้นฐาน และตลาด ที่เหลือเราแพ้หมด ค่าแรงราคาถูกก็จะได้เปรียบอีกไม่นาน จะมีปัญหาต่อการลงทุนในภายภาคหน้า เพราะธุรกิจไทยที่พึ่งแรงงานมาก สิ่งที่ทำได้ คือ 1.ลดต้นทุนให้ต่ำที่สุด 2.ย้ายฐานการผลิต ไปลาว กัมพูชา หรือเวียดนาม 3.ต้องมีดีไซน์ ปรับคุณภาพให้ดีขึ้น
สิ่งที่จะเกิดขึ้น คือ แรงงานราคาถูกจะมาทดแทนแรงงานไทย แต่เราต้องการแรงงานค่าแรงสูงและมีทักษะดี ฉะนั้น หากเราไม่แก้ไข ในอนาคตเรื่องการลงทุนเราจะมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย โดยที่ยังไม่นับรวมเรื่องการเมือง
"แค่เรื่องพลังงาน พม่าจะปิดซ่อมท่อก๊าซ กระทบการใช้ไฟฟ้าในไทย ภาคใต้ 10 ปีแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกอย่างเป็นความลับ นี่คือสิ่งที่ฝังอยู่ใต้คำว่า GDP 5% เงินเฟ้อไม่เกิน 4% และหนี้สาธารณะไม่เกิน 40%"
ที่กล่าวมาข้างต้น แค่เรื่องเศรษฐกิจ...
หันมาดูเรื่องการเมือง การเลือกตั้ง เพื่อให้นักการเมืองเป็นตัวแทนประชาชนไปใช้อำนาจทางบริหาร แต่กลายเป็นว่า เมื่อเลือกตั้งจบอำนาจประชาชนก็จบ นักการเมืองจะแบ่งอำนาจกัน เมื่อตนเองไม่ได้ตำแหน่งก็มีนอมินี เช่นนี้แล้ว ความรับผิดชอบจะอยู่ตรงไหน สิ่งที่จะเป็นปัญหาในอนาคต คือการฟาดฟันกันระหว่างการเมือง มีผลให้การแต่งตั้งทางการเมือง ไม่เกี่ยวกับใครเก่ง-ใครดี ดูแค่ "ใครพวกใคร" ระบบราชการก็ต้องเลื้อยตามความต้องการทางการเมือง ทำให้ภาวะสมรรถนะบกพร่องทั้งประเทศ ความเข้มแข็งของประเทศและธรรมาภิบาลจะค่อยๆ ด้อยลง ความเชื่อถือของประเทศจะน้อยลง ศักยภาพคนในประเทศจะน้อยลง ทั้งๆ ที่เรามีฐานะไม่แพ้ใครเลย
เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองไทยที่เป็นเช่นนี้ ต้องแก้ให้ได้ ไม่อย่างนั้นอนาคตจะถอยหลังอย่างแน่นอน ถามว่าว่าคนที่รับผิดชอบคือใคร คนส่วนใหญ่จะชี้ไปที่การเมือง หรือรัฐบาล แต่ประชาธิปไตยที่แท้จริงต้องยืนอยู่บน 3 ขา คือ การเมือง เอกชน และประชาชน แต่ภาคประชาชนเราไม่เข้มแข็ง ประชาชนด่า เบื่อการเมือง แต่ไม่ทำอะไร รอแต่รัฐบาล ฝากทหาร ฝากเทวดา แต่ไม่เคยมองตัวเอง...
ผมอยากให้ดูแบบประเทศเกาหลีใต้ ที่ส่วนหนึ่งเจริญเพราะนโยบายที่เฉียบแหลม และภาคประชาชนมีความเข้มแข็งมาก มีการพัฒนาชุมชน ตรวจสอบการเมืองท้องถิ่น แนะนำนโยบายให้ภาครัฐ เมื่อเกิดการคอร์รัปชั่นก็รวมตัวกัน ในการเลือกตั้งใครถูกแบล็กลิสต์สอบตกหมด ซึ่งเป็นเหตุผลที่รัฐมนตรีเกาหลีใต้ถึงกับฆ่าตัวตาย
ส่วนประเทศอินโดนีเซีย หลังเกิดวิกฤตเศรษฐกิจมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ทางการเมือง เกิดการกระจายอำนาจ ปฏิรูประบบการคลังและระบบราชการ ทำให้อินโดนีเซียเป็นประเทศยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย หันกลับไปมองฟิลิปปินส์ หลายสิบปีที่ผ่านมา ก็มีภาคประชาชนที่เข้มแข็งที่สุดในเอเชีย สามารถโค่นล้มประธานาธิบดีหลายๆ คนได้ และวันนี้ ช่วยกันผลักดันให้เศรษฐกิจเดินหน้า
ฉะนั้น หากภาคประชาชนเข้มแข็ง ภาคการเมืองก็จะดีตาม เพราะจะมีการตรวจสอบ แนะนำโครงการดีๆ ให้กับรัฐบาล แต่เมืองไทยสิ่งเหล่านี้นิ่งมาก มีน้อยมาก แต่ก็มีข้อดีอยู่อย่าง คือ มันเริ่มแล้ว เช่น องค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น
ท้ายที่สุด...สื่อมวลชน คือ "หัวใจสำคัญ" ที่ทำให้ภาคประชาชนตื่นตัว สื่อจะทำอย่างไรให้สังคมที่เริ่มไขว้เขว กลับมามีสติว่าจะใช้ชีวิตอย่างไร ครอบครัวจะเป็นอย่างไร การเมืองดีที่ควรจะเป็นอย่างไร ผมเชื่อว่าจิตวิญญาณของสื่อมีอยู่สูง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องบาลานซ์กับความอยู่รอด ถ้าสื่อเข้มแข็ง จะเกิดการการก่อตัวของภาคประชาสังคมเพื่อถ่วงดุลรัฐบาล

วันพฤหัสบดีที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2556

อาหารเสริมเพื่อคนรักสุขภาพ ปู่ จิง ตัน





PUJINTUN

LN4013

ราคา 900.00 บาท


  • 1.โก่วฉีจื่อ (เก๋ากี๋จี้) บำรุงตับและไต บำรุงสายตา มีสรรพคุณบำรุงตับและไต บำรุงสารจำเป็น (จิง) และเลือด บำรุงสายตา รักษาเบาหวาน ถ้าไต อ่อนแอจะเป็นสาเหตุของอาการ ปวดเอว ฝันเปียก วิงเวียน
  • 2.สูตี้หวง (เส็กตี้อึ้ง) บำรุงเลือด บำรุงยิน บำรุงสารจำเป็น บำรุงไขกระดูก ช่วยลดอาการเ ลือดพร่อง ใบหน้าซีดเหลือง วิงเวียน ใจสั่น นอนไม่หลับ ระดูผิดปกติ เลือดออกทางช่องคลอด ฝันเปียก เบาหวาน ตับไตพร่อง สารจำเป็นและเลือดพร่อง ปวดเมื่อยเอวเข่า วิงเวียน หูมีเสียงดัง ผมหงอกก่อนวัย สมุนไพร
  • 3. พุทราจีน ต้าเจ่า (ตั่วจ้อ) บำรุงจงเจียว (อวัยวะที่อยู่บริเวณช่องว่างช่วงกลางลำตัวเหนือสะดือ ซึ่งมีม้ามและกระเพาะอาหาร) บำรุงลมปราณ บำรุงเลือด ป้องกันโรคโลหิตจาง ไขมันในเลือดสูง

สรรพคุณ :

สารเพกทิน (Pectin) ในพุทราจีนช่วยจับโลหะหนักที่ตกค้างในร่างกายและลดคอเลสเตอรอล ช่วยลดอาการ ม้ามพร่อง เบื่ออาหาร ท้องเดิน อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ถ่ายเหลว เลือดพร่อง ซีดเหลือง เลือดไม่พอหล่อเลี้ยงอวัยวะภายใน กระวนกระวาย หงุดหงิด ใช้เป็นส่วนประกอบของตำหรับยาต่างๆ เพื่อช่วยปรับลดความรุนแรง ของยาอื่น ปกป้องรักษาลมปราณต้านทานโรค






RICE BRAN

LN4014

ราคา 1,260.00 บาท



น้ำมันรำข้าว และจมูกข้าว *ที่สุดแห่งสารสกัดจากธรรมชาต*ิ

ส่วนประกอบ :

  • เป็นนวัตกรรม ที่ผ่านกระบวนการทางฟิสิกส์ที่เรียกว่า “ควอนตัม” (Quantum Mechanic Process) ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงขึ้นประกอบด้วยกรดไขมัน 6 กลุ่ม ดังนี้
  • 1.กรดไขมันไลโนเลอิก (Linoleic Acid) หรือ Omega 6
  • 2.สารประกอบสเตอรอล Sterol
  • 3. Phospholipid ได้แก่ Lecithin ช่วยลดความดันโลหิตสูง
  • 4. Spingolipid คือ ไขมันที่รวมตัวกับโปรตีน
  • 5.Glycolipid ได้แก่ Ceremide
  • 6. Provitamin A ประกอบด้วย Beta carotene และ Luteine

สรรพคุณ :

ช่วยในเรื่องของช่วยลดปริมาณของแอลดีแอล คอเลสเตอรอล(LDL-Cholesterol) ซึ่งเป็นไขมันชนิดไม่ดี ที่เป็นสาเหตุของการอุดตันของหลอดเลือด จึงช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดดีขึ้น จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจลงได้
  • ช่วยทำให้ผิวหนังมีความอ่อนนุ่ม ชุ่มชื้น กระชับและยืดหยุ่นตัวดี และช่วยลดปริมาณการสร้างเม็ดสีผิว
  • ช่วยทำให้สามารถนอนหลับได้สบาย และหลับสนิท ร่างกายจะได้รับการ พักผ่อนเต็มที่ ทำให้มีการหลั่ง Growth Hormone
  • ช่วยปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย จึงทำให้ช่วยลดอาการ แปรปรวนต่างๆ ในร่างกาย รวมไปถึงลดอาการปวดประจำเดือน
  • ช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคอัลไซเมอร์ และช่วยให้ความจำดีขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของสารสื่อประสาท
  • ช่วยลดการอักเสบของข้อ และทำให้การหล่อลื่นของข้อดีขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดการสูญเสียแคลเซียมออกจากร่างกาย จึงลดความเสี่ยงต่อการเป็นโรค และยังช่วยทำให้ร่างกายเสื่อมสภาพช้าลง ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่างๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และโรคมะเร็ง เพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกาย จึงช่วยลดการแพร่ของเซลล์มะเร็ง และช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวจากการรักษาได้เร็วขึ้น




เพื่อคนที่คุณรักและตัวคุณเอง  
  
คุณบาเล่  สภานุชาต 

โทรศัพท์  088 639 6716







วันพุธที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2556

แฟรนไชส์ ก๋วยเตี๋ยวป๋าดุลย์ จ.กำแพงเพชร

 สำหรับชาว กำแพงเพชร พิจิตรและพิษณุโลก  และจังหวัดไกล้เคียง


โทรติดต่อป๋าดุลย์   086-926-9075  

มัดจำเพียง  2000 บาท(สองพันบาท) ได้อุปการขายก๋วยเตี๋ยว ครบทุกชิ้นมูลค้า 2 หมื่นกว่าบาท (เราคืนให้เมื่อขายครบ 1 ปี ตามสัญญา)


เสียค่าเช่าเราเพียง 20 บาท/วัน  (ราคาก๋วยเตี๋ยว 25บาทขึ้นไป/ชาม)


ไม่ต้องไปหาซื้อของ เรามีรถจัดส่งให้ถึงจุดขาย ครบ ท่านมาแต่ใจที่จะค้าขาย


เราทำสาขาเพียง กำแพงเพชร และพิษณุโลก  จุดไหนมีปัญหา เราซึ่งเป็นเจ้าของวิ่งถึงทันที ไม่ใช้ลูกน้อง


อื่นๆ สอบถามโดยตรง   










จุดกำเนิด ก๋วยเตี๋ยว ป๋าดุลย์

ขายก๋วยเตี๋ยวมาตั้งแต่ชามละ 3 บาท  ตลอดชีวิต ไม่เคยย้ายไปจากหมู่บ้าน ขายที่เดียวมาตลอด

วันหนึ่ง ไปติดต่อ โรงงานลูกชิ้นชื่อดัง ขอมาทำ เป็นขอลตัวเอง 50 ร้าน ทางโรงงาน ก็ตกลง โดยโรงงานบอกว่ายากนะ กว่าจะหาคนมาขายได้สัก 10 เจ้าเนี่ย เป็นปี  ป๋าดุลย์ บอกว่าผมทำได้ ..ทำได้ก็ตกลง  ตามนั้น

ในเวลา ไม่ถึง 3 เดือน  ร้านก๋วยเตี๋ยวแบร์นด์...ที่มีป๋าดุลย์ต่อท้าย เกิดพรึบ 20 ร้าน  ทางโรงงานบอกให้หยุดทันที กลัวจะโตเกินไป แล้วจะมีเพาเวอร์ที่จะบีบโรงงาน(ซึ่งเป็นเพื่อน คนรู้จักกัน)

เมื่อขยายงานไม่ได้ แบบว่ายังไงโรงงานเดิมก็ไม่ให้  จึงยกสาขาทั้งหมดที่ทำไว้ 20 สาขาให้ลูกสาวดูแลแทน โดยปลดป้ายซื่อ ป๋าดุลย์ออก

จากนั้น ด้วยความที่ขายก๋วยเตี๋ยวอยู่แล้ว จึงทำรถก๋ยวเตี๋ยวออกมาเอง พร้อมแบรนด์  ป๋าดุลย์ อย่างเต็มตัว  พร้อมสูตรน้ำซุปที่แน่นอน จนเป๋นที่รู้จักของคนทั่งไป

วันนี้มีประมาณ 50 สาขา ที่กำแพงเพชรและพิษณุโลก  ยอดขายวันละประมาณ 3000-5000 บาท (กำแพงเพชร ลองแวะชิมได้แถว วิทยาลัยราชพัฒน์   ยอดขายวันละ 5000 ว่าบาท)

ด้วยปัญหาสารพัด ที่ต้องแก้และฝ่าฟัน    วันนี้ แบรนร์ ป๋าดุลย์  มีลูกชิ้นแบรนด์ของตัวเอง มีน้ำซุปที่ชิมแล้วไม่ต้องเติม  มีสาขาที่มากพอ

หากท่านต้องการ เป็นส่วนหนึ่งร่วมเดินทางสู่ความสำเร็จ ไปกับเรา ด้วยเงินมัดจำเพียง 2000 บาท อุปกรณ์การขายทุกอย่างจะถูกจัดส่งยังจุดขายทันที่  รถ ตู้ โต๊ะ เก้าอี้

ท่านเอาเพียง หัวใจ ของการทำงานมา ทุกอย่างเราจัดเต็ม ดูแลโคยเจ้าของแบรนด์โดยตรง

...ร่วมงานกับเรา   088 644 2407  เบอร์ผมเอง  ป๋าดุลย์ พี่ชายแท้ๆของผม..........เดี๋ยวมาลงเบอร์ให้ครับ



 

สอนซ่อมคอม สอนซ่อมเมนบอร์ด สอนซ่อมโน๊ตบุ๊ค

เรียนซ่อมคอม 5 วัน ซ่อมได้จริง





สาขา1   เรียนที่รังสิต  ปทุมธานี

สาขา2   เรียนที่ ต.คณฑี อ.เมือง  จ.กำแพงเพชร

โทร 0886442407 








 เรียนซ่อมคอม รายละเอียดที่นี่ครับ


ลุงรับรองว่า ซ่อมได้จริงทุกคน เพราะปฏิบัติจริง


หลักสูตรช่างคอมPC


1.หลักสูตรมืออาชีพเพื่อเปิดร้านซ่อมคอม
     เหมาจ่าย  15000 บาทงวดเดียว

เรียน          10วัน
ฝึกซ่อม      5 วัน
(สามารถเรียนซ้ำได้ ในหลักสูตรเดิม จนเป็น ไม่จำกัดเวลา)
ซ่อมของจริง  ทำงานจริงกับคอมระดับแบรนด์เนมนับ100ตัว

  • เรียนรู้ชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์
  • การประกอบเครื่อง
  • การลงวินโดว์
  • การลงโปรแกรม
  • การโกส
  • วิเคราะห์อาการเสีย
  • เมนบอร์ด
  • HDD
  • เพาเวอร์ซัพพลาย
  • แรม
  • การฺด์จอ
  • ซีพียู
  • การจัดการHDDทุกรูบแบบ
  • การทำUSB  Boot
  • ฝึกซ่อม
และอื่นๆ ที่ต้องรู้ในระดับช่างมืออาชีพ




6


ตารางการสอน



 มีการปรับเปลี่ยน ตามปริมาณการลงทะเบียนของผู้เรียน

ปทุมธานี

1.หลักสูตรช่างคอมPC

2.หลักสูตรการทำสปอตโฆษณา   (สอบถามเวลาโดยตรงสำหรับผู้สนใจ)



วันธรรมดา  จ-ศ  
เรียนทั้งวัน เต็มวัน

วันเสาร์-อาทิตย์
  • ทั้งวัน   10.00-16.00  น.

การสมัครเรียน


สำรองที่เรียนล่วงหน้า

-ก็แค่แจ้งว่า จะเรียน อะไร.....
-สะดวก ช่วงไหน ตามเวลาที่ลุงบอกไว้...
-แล้วโอนเงินมา 1500 บาท ถือเป็นว่า มาเรียนแน่ๆ ลุงจะได้ไม่รับคนอื่น
-ถึงเวลาก็มาเรียน ตามเวลา


จ่ายก่อนเรียน  เพื่อสำรองที่เรียน
โอนเงินเข้าธนาคาร 1500 บาทเท่านั้น
ที่เหลือ ชำระเมื่อมาเรียนวันแรก
(เก็บใบโอนเงินไว้ครับ แต่ถ้าหายก็ไม่เป็นไร ยอดเงินมันมีอยู่)
ลุงไม่เรื่องมาก  ไม่โกงใครเขากิน..ซื่อๆ ทื่อๆ นี้ละ



บัญชี้นี้เท่านั้น ลุงไม่มี บัญชีอื่นๆ เด็ดขาด

นายกิตติ สภานุชาต
ออมทรัพย์
ธนาคาร ทหารไทย สาขาเซียร์ รังสิต
เลขที่บัญชี 229-2-03662-7


เบอร์โทรลุง โทรหาได้ตลอด 088 644 2407

เรียนที่ปทุมธานี


กำลังหัดประกอบคอมพิวเตอร์ครับ  เล่นของจริงๆ ในร้านเลยครับ ทุกชิ้นขายได้จริง

วันที่  23-7-56
(วันที่1-15 สิงหา สอนที่แพงเพชรครับ 17-30 ปทุม)

จ-อ-พ-พฤ-ศ-         2คนแล้วรับได้อีก 1 คน
   
เสาร์             ว่างครับรับได้อีก3 คน
อาทิตย์       2คนแล้ว รับได้อีก 1 คน


กำลังเรียนปมุทธานี


มาเรียนกันเกินครึ่งร้อย ไม่เคยได้ถ่ายรูปไว้สักคน เอาลงคนแรกเลยละกัน

ฝึกจากงานหน้าร้านครับ





ตอนนี้ ออกรับซ่อม ตามบ้านแล้วครับ วันนี้มารับคอมไปขาย


จบไปเมื่อวันที่ 5-5-56 ครับ

 ที่นี่ ลุงรับได้ครั้งละ 3 - 4 คน เท่านั้นครับ ห้องเล็กๆ สอนแบบสะบายๆ กันเอง

เอาเป็นเรื่องๆไป ก็กำลัง สั่งแอร์  มาติดให้ สั่งโต๊ะเรียนมาใหม่

ทางมา ก็เอา กูเกิ้ล นำมา  ตั้งว่า  "เวริคพร้อยเอ็นเตอร์เทนเม้นท์"  คงเจอ  ของลุง อยู่ห่างจากปากซอย 120 เมตรเองมั๊ง

มาให้ถึง ตลาดรังสิตละกัน   ถามเขาว่า   "เวริคพร้อย" ไปทางไหน คนปทุม รู้จักหมด

ที่คลองเปรม รังสิต ก่อนถึงเวิร์คพร้อยเอนเตอเท็นเม้นต์
ติดต่อผม 088 644 2407 รับทุกสาย

ที่อยู่สำหรับส่งของ เอกสารงานครับ
นายกิตติ สภานุชาต
53/25 ม.2 ต.บางพูน
อ.เมือง จ.ปทุมธานี 12000

อีเมล์

aromdee2012@gmail.com
jam_aromdee@hotmail.com


เรียนที่กำแพงเพชร

สถานที่เรียน
ต.เทพนคร   หรือ  ต..คณฑี  (บ้าน 2 หลัง คนละตำบล 55+)
อ.เมือง    จ.กำแพงเพชร
ง่ายๆครับ  ห่างโรงงานน้ำตาล  1 กม.(ออกจากตัวเมือง   16 โล )


กำลังติดว่า จะเปิดที่บ้านสวน ได้บรรยากาส หรือ  ที่บ้านริมถนนใหญ่ดี  ก็ห่างกัน 3 โลได้

ความตั้งใจก็คือ  รองรับสำหรับผู้ที่ต้องการเรียน จาก กำแพงเพชร  พิจิตร พิษณุโลก  นครสวรรค์ หรืออื่นๆที่สะดวกมาเรียน

สถานที่เรียนที่กำแพงเพชรครับ
มันเหมือนมาพักผ่อนที่รีสอร์ทนะครับ

สบายๆ เฮฮา เรียนทั้งวัน เหนื่อยก็พัก



ภาพการเรียน ที่กำแพงเพชร


ช่วงนี้...โดนวางยา หาอาการเสีย


ช่วยกันวิเคราะห์ อาการเสีย


เล่นเกมส์ ยิงใข่  555+















ที่นอน พัดลม ครบถ้วน





ไม่จำเป็นต้องมีความรู้ใดๆมาก่อน แค่  จดแล้วจำแล้วฝึกบ่อยๆ


ความชำนาญเกิดจากการฝึกฝน

สิ่งที่ต้องเตรียมมา
1.แฟตไดว์ 8-16Gb        2 ตัว
2.ฮาร์ดดิสก์พกพา สัก100Gb



1.หลักสูตรมืออาชีพเพื่อเปิดร้านซ่อมคอม
     เหมาจ่าย  15000 บาทงวดเดียว


เรียน          10วัน

ฝึกซ่อม      5 วัน
15วัน เท่านั้น เต็มวัน 8 ชั่วโมงอัดเต็ม
(สามารถเรียนซ้ำได้ ในหลักสูตรเดิม จนเป็น ไม่จำกัดเวลา)
ซ่อมของจริง  ทำงานจริงกับคอมระดับแบรนด์เนมนับ100ตัว

  • เรียนรู้ชิ้นส่วน คอมพิวเตอร์
  • การประกอบเครื่อง
  • การลงวินโดว์
  • การลงโปรแกรม
  • การโกส
  • วิเคราะห์อาการเสีย
  • เมนบอร์ด
  • HDD
  • เพาเวอร์ซัพพลาย
  • แรม
  • การฺด์จอ
  • ซีพียู
  • การจัดการHDDทุกรูบแบบ
  • การทำUSB  Boot
  • ฝึกซ่อม
และอื่นๆ ที่ต้องรู้ในระดับช่างมืออาชีพ


2.หลักสูตร สำหรับผู้เิ่ริ่มต้นซ่อมเองที่บ้าน
เหมาจ่าย  5000 บาท งวดเดียว
เรียน 3 วัน ฝึก 2 วัน
(สามารถเรียนซ้ำได้ ในหลักสูตรเดิม จนเป็น ไม่จำกัดเวลา)


1.ถอด-ประกอบ
2.ลงวินโดว์เองได้
3.ลงโปรแกรมสามัญประจำเครื่องได้
4.ลงได้เวอร์เองได้



ติดต่อสอบถามกับลุงแจ่ม


สามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ครับ
ปกติถ้าไม่ใช้ จนแบตหมด เครื่องนี้ จะโทรติดตลอดครับ

088 644 2407  (เบอร์นี้เท่านั้น)

อีเมล (2 เมลนี้เท่านั้น)
  
aromdee2012@gmail.com

jam_aromdee@hotmail.com